วิสัยทัศน์
เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานของประเทศไทย ที่ได้รับความเชื่อถือ มีมาตรฐานทางวิชาการ และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับพระสงฆ์ นักวิชาการ พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้สนใจ ทั้งในประเทศไทยและนานาชาติ
พันธกิจ
มุ่งดำเนินงานภายใต้หลักการสำคัญ ดังต่อไปนี้
-
- เผยแพร่ข้อมูลด้านพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบแหล่งอ้างอิงได้
- ส่งเสริมการศึกษาพระสูตร คัมภีร์ และหลักธรรมมหายานในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย
- รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัด อาราม องค์กร และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามหายานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
- สนับสนุนการอนุรักษ์มรดกทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา
- ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กร คณะสงฆ์ นักวิชาการ และเครือข่ายผู้สนใจพระพุทธศาสนา
- พัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และเผยแผ่พระธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่
ประวัติความเป็นมา
อารามวัตรมหายาน และมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย
อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย หรือที่ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกว่า “วัดพระกษิติครรภ์” (จีน: 大乘禪寺・地藏道場・佛眼弘法基金會) เป็นธรรมสถานในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ตั้งอยู่เลขที่ 88 หมู่ 1 บ้านพริก (ทางเข้าหมู่บ้านกฤษดา โครงการ 27) ถนนปิ่นเกล้า–นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย 6 ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
อารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยเฉพาะพระปณิธานและพระธรรมคำสอนของ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (地藏菩薩)
การก่อตั้งอารามวัตรมหายาน
ภายหลังเดินทางกลับประเทศไทย หลวงจีนวิศวภัทรได้ก่อตั้ง มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย และอารามวัตรมหายาน (大乘禪寺・佛眼弘法基金會・地藏道場) ณ พุทธมณฑลสาย 6 จังหวัดนครปฐม เพื่ออุทิศถวายแด่ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ โดยเฉพาะ
ภายในอารามได้ประดิษฐาน
- พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หินแกรนิตแกะสลัก สูงรวมฐาน 13.99 เมตร
- พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ 6 ปาง ตามคติใน ปุณฑริกสมาธิสูตร (蓮華三昧經) ซึ่งกล่าวถึงการนิรมาณกายเพื่อโปรดสัตว์ในทั้งหกภูมิ
- พญายมราชทั้ง 10 ตามคติพระสูตรมหายาน ซึ่งถือเป็นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ผู้สำแดงนิรมาณกายเพื่อโปรดสัตว์
- ประติมากรรมหินแกะสลักนายนิรยบาล จำนวน 25 องค์ แกะสลักโดยช่างฝีมือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
องค์ประกอบทั้งหมดได้รับการออกแบบตามคติพระพุทธศาสนามหายานแบบจีน ทำให้อารามแห่งนี้เป็น กษิติครรภมณฑล ที่มีความสมบูรณ์และโดดเด่นแห่งหนึ่งของโลก
การเผยแผ่พระธรรม
อารามวัตรมหายานให้ความสำคัญกับการศึกษาและเผยแผ่พระสูตรสำคัญเกี่ยวกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ได้แก่
- กษิติครรภโพธิสัตว์มูลปณิธานสูตร (地藏菩薩本願經)
- กษิติครรภ์โพธิสัตว์ทศจักรสูตร (地藏十輪經)
รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในด้านพระสูตร ปรัชญา และการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง
โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติฯ
อารามวัตรมหายานเป็นที่ตั้งของ โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติ (崇聖大乘佛經中泰翻譯組) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแปลพระสูตรมหายานจากภาษาจีนเป็นภาษาไทยอย่างเป็นระบบ เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่พระธรรมคำสอนให้เข้าถึงพุทธศาสนิกชนชาวไทย
โครงการได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานทุนปฐมฤกษ์ในการจัดตั้งโครงการ พร้อมทั้งพระราชทาน พระไตรปิฎกภาษาจีน จำนวน 120 เล่ม เพื่อใช้เป็นต้นฉบับในการศึกษาและแปล
ต่อมา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติ” แก่โครงการแห่งนี้
ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย
ภายในอารามยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย (中泰漢傳佛教文化交流中心)
ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังอาราม ทรงเปิดป้าย โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติฯ และ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย พร้อมทั้งพระราชทานลายพระราชหัตถ์อักษรจีนสำหรับชื่อศูนย์แห่งนี้
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้งอารามและมูลนิธิคือ หลวงจีนวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ ฉายา 釋廣度 (สือกว่างตู้) พระภิกษุชาวไทยในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ผู้ได้รับการอุปสมบทในสายฌาน (เซน) และสายอวตังสกะ
ในปี พ.ศ. 2548 ท่านได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัย พระสูตร และการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน ณ ภูเขาจิ่วหัวซาน (九華山) สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพุทธมณฑลอันศักดิ์สิทธิ์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
หลวงจีนวิศวภัทรเป็นชาวไทยเพียงผู้เดียวที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พระฌานาจารย์หุ้ยกวงเถระ กรรมการสมัชชาพุทธศาสนาแห่งชาติจีน รองประธานพุทธสมาคมแห่งภูเขาจิ่วหัวซาน และเจ้าอาวาสอารามหัวเหยียน ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ในการบรรพชา ให้สืบทอดเป็นพระเถราจารย์รุ่นที่ 2 พร้อมทั้งได้รับมอบ
- บาตร
- จีวร
- คฑาขักขระ
- คฑาหยู่อี่
- ตราประทับ
- ตราตั้ง
รวมถึงได้รับพระราชทานอักษรพู่กันจีน 「九華龍象」 ซึ่งมีความหมายว่า “นาคะแห่งภูเขาจิ่วหัวซาน” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการสืบทอดธรรมและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
อารามจีนปากช่อง เป่าซานซื่อ
ในปี พ.ศ. 2563 หลวงจีนวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ ได้ก่อตั้ง อารามจีนปากช่อง เป่าซานซื่อ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายานและส่งเสริมการปฏิบัติธรรมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภายในอารามประดิษฐาน พระมหาไวโรจนปฐมพุทธเจ้า หล่อด้วยทองเหลือง สูง 16.99 เมตร พร้อมรัศมีพระพุทธเจ้าพันพระองค์เป็นองค์ประธาน
นอกจากนี้ ยังอัญเชิญ พระโพธิสัตว์ประจำปีนักษัตร จากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาประดิษฐานเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและการศึกษาพระพุทธศาสนามหายานตามคติจีน
เราเชื่อว่า…
พระพุทธศาสนาเป็นมรดกทางปัญญาของมนุษยชาติ การเรียนรู้คำสอนของพระพุทธองค์ในทุกนิกาย ไม่ว่าจะเป็นเถรวาท มหายาน หรือวัชรยาน ล้วนช่วยเปิดมุมมองที่กว้างขึ้นต่อหลักธรรม ความเมตตา และการดำเนินชีวิต
คณะทำงานหวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการเผยแผ่พระธรรม เพื่อให้พระพุทธศาสนายังคงเป็นแสงสว่างแห่งปัญญาสำหรับสังคมไทยและสังคมโลก