อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย

大乘禪寺:佛眼弘法基金會:地藏道場

ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย 中泰漢傳佛教文化交流中心 

อารามวัตรมหายาน จ. นครปฐมอารามจีน เป่าซานซื่อ จ. นครราชสีมา

หลวงจีนวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ
สือกว่างตู้

พระวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ หรือ หลวงจีนวิศวภัทร ฉายาทางธรรม 釋廣度 อ่านภาษาจีนกลางว่า สือกว่างตู้ (Shì Guǎngdù) และสำเนียงแต้จิ๋วที่พบในเอกสารว่า เส็กก่วงโต่ว เป็นพระภิกษุชาวไทยในพระพุทธศาสนามหายาน ผู้มีบทบาทสำคัญด้านการศึกษาพระสูตรมหายาน การแปลพระคัมภีร์จากภาษาจีนเป็นภาษาไทย การเผยแผ่พระธรรมคำสอนฝ่ายมหายาน ตลอดจนการส่งเสริมความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนามหายานระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ท่านเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย อารามวัตรมหายาน และ อารามจีนปากช่องเขาใหญ่ เป่าซานซื่อ มีบทบาทในการดำเนินงานด้านการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายาน รวมทั้งเป็นรองประธานโครงการ แปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ และประธาน ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานโดยมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย

ชีวิตในวัยเยาว์และความสนใจในพระพุทธศาสนามหายาน

หลวงจีนวิศวภัทร มีนามเดิมว่า วิศวภัทร มณีปัทมเกตุ เกิดเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2522 เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก

ความสนใจในพระพุทธศาสนามหายานและพระคัมภีร์ภาษาจีนเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปี ท่านศึกษาค้นคว้าพระสูตรและคัมภีร์ฝ่ายมหายานอย่างต่อเนื่อง และเริ่มทำงานแปลพระธรรมคัมภีร์จากภาษาจีนสู่ภาษาไทยตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส

ผลงานยุคแรกที่มีหลักฐานปรากฏชัด ได้แก่การแปล พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร ซึ่งจัดพิมพ์เผยแพร่ในช่วง พ.ศ. 2544 โดยในเวลานั้นท่านยังใช้นามว่า วิศวภัทร มณีปัทมเกตุ และต่อมาได้มีการเผยแพร่ผลงานพระสูตรมหายานอีกเป็นจำนวนมาก

การอุปสมบทครั้งแรกในประเทศไทย

วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 มีหลักฐานระบุว่า ท่านได้รับพระราชทานผ้าไตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อใช้ในการบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์เย็น (普仁寺) ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย

พระอุปัชฌาย์คือ พระอาจารย์จีนวินยานุกร (仁意大師) และได้รับฉายาทางธรรมว่า เซี่ยเกี๊ยก (聖傑) ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในผลงานพระสูตรยุคแรกของท่าน

ต่อมาท่านได้ลาสิกขาบทเพื่อเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนกลับเข้าสู่สมณเพศในสายพระพุทธศาสนามหายานของจีน

การศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน ณ ภูเขาจิ่วหัวซาน

เส้นทางชีวิตทางธรรมของหลวงจีนวิศวภัทรมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ ภูเขาจิ่วหัวซาน (九華山) มณฑลอันฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในพุทธบรรพตสำคัญของจีน และเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับ พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ว่าเป็นวันที่ท่านได้รับการบรรพชา ณ วัดหัวเหยียนซื่อ (華嚴寺) บริเวณภูเขาจิ่วหัวซาน โดยมีพระธรรมาจารย์ฮุยกวงมหาเถระเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาทางธรรมว่า 廣度 — กว่างตู้ (Guǎngdù) ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า “ผู้โปรดสัตว์อย่างกว้างขวาง” หรือ “ผู้ยังสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นอย่างไพบูลย์” 

สายธรรมและฉายา “廣度”

หลวงจีนวิศวภัทรมีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน สายอวตังสกะ (華嚴宗) และ สายฌาน (禪宗) ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จิ่วหัวซานมีความสำคัญต่อแนวทางการปฏิบัติและการเผยแผ่ธรรมของท่าน เพราะเป็นสถานที่ที่สัมพันธ์กับคติพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของงานเผยแผ่และการจัดตั้งพุทธสถานของท่านในประเทศไทย

พระธรรมาจารย์ฮุยกวงได้มอบเครื่องหมายและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดสายธรรม รวมถึงมอบอักษรจีน 九華龍象 ซึ่งมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ถึงผู้สืบทอดธรรมแห่งจิ่วหัวซาน

การก่อตั้งมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัยและอารามวัตรมหายาน

หลังจากกลับมายังประเทศไทย หลวงจีนวิศวภัทรได้ดำเนินงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายานอย่างต่อเนื่อง และก่อตั้ง มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย ขึ้นที่บริเวณพุทธมณฑลสาย 6 อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

สถานที่ดังกล่าวพัฒนาขึ้นเป็น อารามวัตรมหายาน หรือ 大乘禪寺 ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มุ่งเน้นการศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะคติและคำสอนเกี่ยวกับ พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ในเวลาต่อมา อารามได้รับการพัฒนาให้เป็นทั้งสถานปฏิบัติธรรม ศูนย์การศึกษา ห้องสมุดพระไตรปิฎก และศูนย์กลางการแปลพระสูตรมหายานจากภาษาจีนสู่ภาษาไทย

พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์กับอารามวัตรมหายาน

หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของงานเผยแผ่ของหลวงจีนวิศวภัทรคือการส่งเสริมการศึกษาพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ภายในมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัยมีการจัดสร้างพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์องค์ใหญ่จากหินแกรนิต โดยมีความสูงรวมฐานประมาณ 13.99 เมตร รวมถึงการจัดสร้างปฏิมากรรมที่เกี่ยวข้องกับคติพระกษิติครรภ์ตามคัมภีร์มหายาน แนวคิดดังกล่าวสัมพันธ์กับการเผยแพร่ กษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร (地藏菩薩本願經) และคัมภีร์สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ซึ่งหลวงจีนวิศวภัทรมีผลงานแปลและเผยแพร่สู่ภาษาไทย

งานแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทย

งานสำคัญที่สุดประการหนึ่งของหลวงจีนวิศวภัทรคือการทำให้พระสูตรมหายานที่อยู่ในพระไตรปิฎกภาษาจีนสามารถเข้าถึงได้โดยผู้อ่านภาษาไทย

ท่านเริ่มสนใจพระคัมภีร์มหายานตั้งแต่อายุ 17 ปี และมีผลงานแปลพระสูตรมหายาน มากกว่า 20 เรื่อง โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเนื้อหาจากต้นฉบับภาษาจีนสู่ภาษาไทย และส่งเสริมให้หลักธรรมในพระสูตรสามารถนำไปศึกษาและปฏิบัติได้จริง

ในระยะแรก ผลงานของท่านถูกจัดพิมพ์และแจกเป็นธรรมทานในวงกว้าง เอกสารเผยแพร่ในช่วงหนึ่งระบุว่ามีการจัดพิมพ์หนังสือมากกว่า 200,000 เล่ม ผลิตสื่อธรรมะในรูปแบบดีวีดีกว่า 50,000 แผ่น และจัดทำภาพพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มากกว่า 120,000 ภาพ โดยแจกจ่ายโดยไม่คิดมูลค่า

ตัวอย่างผลงานพระสูตรและคัมภีร์ที่พบหลักฐาน

ผลงานที่มีหลักฐานปรากฏในฐานข้อมูลหนังสือและเอกสารเผยแพร่ ได้แก่

  • พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร
  • กษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร
  • พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร
  • มหายานไวปุลยธารณีสูตร
  • พุทธอุษณียวิชัยธารณีสูตร
  • ศูรังคมสูตร และเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
  • อุลลัมพนสูตร
  • พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร
  • รวมถึงพระสูตรและธารณีอื่น ๆ ที่ได้รับการแปลหรือเรียบเรียงในโครงการเผยแผ่พระธรรมของท่าน

ตัวอย่างเช่น กษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร ฉบับที่เผยแพร่โดยโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทย ระบุพระวิศวภัทร มณีปัทมเกตุเป็นผู้แปล และจัดพิมพ์โดยมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย

ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรยังมีข้อมูลอ้างอิงผลงานแปล พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร ของวิศวภัทร มณีปัทมเกตุไว้ในเอกสารด้านพุทธศิลป์และประวัติพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาอีกด้วย

และในปี พ.ศ. 2569 ยังมีผลงานที่เผยแพร่ในชื่อของพระวิศวภัทรอย่างต่อเนื่อง เช่น พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร ซึ่งเป็นงานแปลจากพระไตรปิฎกจีนฉบับไทโช และ พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร โคจรปาริศุทธิวรรค ฉบับปรับปรุง

จุดเริ่มต้นของโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติ

อีกหมุดหมายสำคัญในประวัติการทำงานของหลวงจีนวิศวภัทรคือ โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติ

เอกสารของโครงการระบุว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนทรัพย์ปฐมฤกษ์เพื่อสนับสนุนการก่อตั้งโครงการ และในโอกาสเดียวกันพระวิศวภัทรได้ทูลถวายพระไตรปิฎกภาษาจีน ฉบับไทโช จำนวนหนึ่งชุด เพื่อพระราชทานแก่หอพระไตรปิฎกนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553 มีข้อมูลระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ” หรือ The Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of His Majesty the King

โครงการนี้มีลักษณะสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้มีการศึกษาพระสูตรมหายานจากภาษาจีนและถ่ายทอดสู่ภาษาไทย โดยไม่ได้มุ่งจำกัดการศึกษาอยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องการให้พระธรรมคัมภีร์ฝ่ายมหายานสามารถเข้าถึงได้กว้างขึ้น

รางวัลและเกียรติคุณ

ก่อนเข้าสู่สมณเพศ หลวงจีนวิศวภัทรได้รับการกล่าวถึงในฐานะเยาวชนที่มีผลงานด้านคุณธรรมและพระพุทธศาสนา โดยมีข้อมูลระบุว่า

พ.ศ. 2545

ได้รับรางวัล เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาคุณธรรมและจริยธรรม จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พ.ศ. 2546

ได้รับรางวัล เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2551

ได้รับพระราชทานรางวัล เสาเสมาธรรมจักร ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา สาขาการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา ในงานสัปดาห์พระพุทธศาสนาวิสาขบูชา

ถือเป็นพระสงฆ์ในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายรุ่น “เซี่ย” หรือ “聖” ที่มีพรรษาน้อยที่สุดในกลุ่มที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

พ.ศ. 2545

ในช่วงที่ยังเป็นฆราวาส ท่านเคยได้รับโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเพื่อถวายหนังสือพระสูตรที่แปลเป็นภาษาไทย โดยมีข้อมูลระบุถึงการถวายผลงาน ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาสัปตพุทธปูรวปณิธานวิเศษสูตร ณ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2545

พ.ศ. 2548

มีท่านได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายหนังสือพระสูตรดังกล่าว เพื่อพระราชทานแก่หน่วยแพทย์อาสา (พอ.สว.) ในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548

ภายหลังการบรรพชาอุปสมบท งานของท่านยังมีความเกี่ยวข้องกับการถวายพระราชกุศลและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง

พ.ศ. 2559

สร้างเครือข่ายพระพุทธศาสนามหายานไทย–จีน

หลวงจีนวิศวภัทรมีบทบาทในการเชื่อมโยงคณะสงฆ์มหายานไทยกับคณะสงฆ์และพุทธสมาคมในสาธารณรัฐประชาชนจีน หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เมื่อมีการดำเนินความร่วมมือด้านการศึกษาและแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนามหายานกับ พระธรรมาจารย์หมิงเซิงมหาเถระ (明生大和尚) รองประธานพุทธสมาคมแห่งประเทศจีน ประธานพุทธสมาคมมณฑลกวางตุ้ง และเจ้าอาวาสวัดกวงเซี้ยว (光孝寺) นครกวางโจว

ในโอกาสนั้นมีการมอบพระไตรปิฎกภาษาจีนหลายชุดรวม 1,448 เล่ม ให้แก่หอพระไตรปิฎกของมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย และมีการมอบรูปหล่อพระสังฆนายกฮุ่ยเหนิงมหาเถระ หรือเว่ยหล่าง (六祖惠能) ให้แก่อารามเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาสายฌานในประเทศไทย

ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างเครือข่ายการศึกษาและแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับจีน โดยเชื่อมโยงทั้งด้านพระไตรปิฎก พระสูตร พระพุทธศิลป์ และองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมพุทธมหายาน

การรับการอุปสมบทและศีลมหายานในประเทศจีน

มีข้อมูลระบุว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559 หลวงจีนวิศวภัทรได้อุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์และรับการถ่ายทอด ตรีมหาศีล (三壇大戒) ของพระพุทธศาสนามหายาน ได้แก่

  1. สามเณรศีล
  2. ปาฏิโมกข์ภิกษุศีล
  3. โพธิสัตวศีล

ณ วัดผู่ทว้อ เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และมีข้อมูลระบุว่าได้รับสุทธิบรรณรับรองการเป็นภิกษุสงฆ์จากหน่วยงานด้านพระพุทธศาสนาของจีน

ก่อนหน้านั้น วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีข้อมูลเกี่ยวกับการพระราชทานผ้าไตรมหายาน เพื่ออัญเชิญไปเป็นผ้าไตรประธานในพิธีบรรพชาหมู่เฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศล ณ ประเทศจีน

หอพระไตรปิฎกและศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนามหายาน

การรวบรวมพระไตรปิฎกภาษาจีนเป็นอีกภารกิจสำคัญของมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย

ข้อมูลของโครงการระบุถึงพระไตรปิฎกภาษาจีนหลายชุดที่ได้รับจากคณะสงฆ์และพุทธสถานในประเทศจีน รวมถึงฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเพณีพระไตรปิฎกจีนหลายสาย ทำให้มูลนิธิฯ มีฐานทรัพยากรสำหรับการศึกษาค้นคว้าพระสูตรมหายานภาษาจีน

ต่อมาเกิดการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็น หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ และ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย โดยมีเอกสารของโครงการระบุถึงพระราชทานชื่ออาคารและการเปิดพื้นที่เพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนา

พ.ศ. 2563

อารามจีนปากช่องเขาใหญ่ “เป่าซานซื่อ”

ต่อมาได้มีการพัฒนาพุทธสถานอีกแห่งหนึ่งของมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัยขึ้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คือ อารามจีนปากช่องเขาใหญ่ เป่าซานซื่อ (寶山寺)

โครงการดังกล่าวเริ่มพัฒนาขึ้นในช่วง พ.ศ. 2563 และมีการก่อสร้างพุทธวิหารและปฏิมากรรมสำคัญจำนวนมาก โดยมี พระมหาไวโรจนพุทธเจ้า เป็นองค์ประธาน มีข้อมูลระบุถึงองค์พระวัสดุทองเหลืองสูงรวมรัศมีประมาณ 17.35 เมตร รวมทั้งการจัดสร้างพระโพธิสัตว์ประจำปีนักษัตรจากประเทศจีน

พ.ศ. 2565

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อพระเกศพระมหาไวโรจนพุทธเจ้า ณ อารามจีนปากช่องเขาใหญ่ เป่าซานซื่อ

เอกสารของโครงการยังระบุถึงพระราชทานอักษรจีน 广度众生 ซึ่งมีความหมายว่า “โปรดสรรพสัตว์อย่างไพบูลย์” ให้แก่อารามจีนปากช่องเขาใหญ่ ซึ่งมีความหมายเชื่อมโยงโดยตรงกับฉายาทางธรรม “廣度” ของหลวงจีนวิศวภัทร

บทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนาและการเผยแผ่ธรรม

ตลอดระยะเวลาการทำงาน หลวงจีนวิศวภัทรมิได้มุ่งเน้นเฉพาะการแปลพระสูตร แต่ยังมุ่งให้พระคัมภีร์มหายานที่แปลเป็นภาษาไทยสามารถนำไปใช้เป็นแหล่งศึกษาและปฏิบัติธรรมได้

แนวทางสำคัญของงานของท่านประกอบด้วย

  • การค้นคว้าพระไตรปิฎกและพระสูตรภาษาจีน
  • การแปลพระสูตรจากภาษาจีนเป็นภาษาไทย
  • การจัดพิมพ์พระสูตรเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน
  • การจัดทำสื่อธรรมะ
  • การส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนามหายานในประเทศไทย
  • การสร้างหอพระไตรปิฎกและแหล่งค้นคว้าพระคัมภีร์
  • การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับคณะสงฆ์และพุทธสมาคมในประเทศจีน
  • การเผยแผ่คำสอนเกี่ยวกับพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์
  • การสร้างพื้นที่ปฏิบัติธรรมและพุทธสถานตามคติมหายานจีน

เอกสารของโครงการแปลพระสูตรระบุถึงบทบาทของท่านในฐานะ รองประธานโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ และในเอกสารเผยแพร่ยุคหลังยังระบุบทบาท ประธานศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย

แนวคิดเรื่องการเชื่อมโยงพระพุทธศาสนาไทยและจีน

งานของหลวงจีนวิศวภัทรมีลักษณะโดดเด่นในฐานะ “สะพาน” ระหว่างองค์ความรู้พระพุทธศาสนามหายานภาษาจีนกับสังคมไทย ในมิติหนึ่ง งานแปลพระสูตรช่วยเปิดพระคัมภีร์มหายานให้แก่คนไทยที่ไม่สามารถอ่านภาษาจีนได้ ขณะเดียวกันการสร้างความร่วมมือกับคณะสงฆ์และพุทธสมาคมของจีนก็ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พระไตรปิฎก บุคลากร และวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา

ด้วยเหตุนี้ บทบาทของท่านจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็น “ผู้แปลพระสูตร” แต่ครอบคลุมทั้ง การศึกษา การแปล การเผยแผ่ การสร้างพุทธสถาน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานไทย–จีน

พ.ศ. 2567

ปรากฏชื่อท่านในฐานะรองประธานคณะทำงานของโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติฯ และศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย

พ.ศ. 2568

มีการเผยแพร่ผลงานพระสูตรและกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง
รวมถึง
อุลลัมพนสูตร ซึ่งเอกสารระบุพระวิศวภัทรเป็นรองประธานคณะทำงาน

พ.ศ. 2569

มีผลงานแปลและฉบับปรับปรุงที่เผยแพร่ในชื่อพระวิศวภัทรอย่างต่อเนื่อง
เช่น
พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร โคจรปาริศุทธิวรรค และ พุทธภาษิตมหายานอารยศรีวสุธาราธารณีสูตร แสดงให้เห็นว่างานด้านการแปลและเผยแผ่พระคัมภีร์มหายานยังคงดำเนินต่อไป

ความสำคัญต่อพระพุทธศาสนามหายานในประเทศไทย

หลวงจีนวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในงานเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายานร่วมสมัยของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการนำพระสูตรภาษาจีนเข้าสู่ภาษาไทย

ผลงานของท่านทำให้พระสูตรมหายานซึ่งแต่เดิมเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ที่ไม่รู้ภาษาจีน สามารถนำมาศึกษาได้ในภาษาไทย และช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพระพุทธศาสนามหายานกับพระพุทธศาสนาสายอื่น ๆ ในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของมูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย อารามวัตรมหายาน และอารามจีนปากช่องเขาใหญ่ เป่าซานซื่อ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพื้นที่สำหรับการศึกษา ปฏิบัติธรรม และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับจีน

กล่าวได้ว่า เส้นทางชีวิตของหลวงจีนวิศวภัทรเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยง พระคัมภีร์ — การแปล — การศึกษา — การปฏิบัติ — การเผยแผ่ — พุทธสถาน — และความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับจีน เข้าไว้ด้วยกัน