พระพุทธทวิยานสมานธรรม (双乘圆融法佛) พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี เป็นพระพุทธปฏิมาที่สื่อถึงความสอดคล้องสมานกันของสาวกยานและมหายาน ตลอดจนความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและจีน โดยมีพิธีเททองหล่อเมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชาและเทศกาลหง่วงเซียว หรือเทศกาลโคมไฟของจีน
การจัดสร้างครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในพุทธศักราช 2570
พิธีเททองหล่อพระพุทธทวิยานสมานธรรม
คุณหญิงอารยา พิบูลย์นครินทร์ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธทวิยานสมานธรรม ท่ามกลางคณะสงฆ์ ผู้ร่วมดำเนินงาน และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมประกอบกุศลด้วยความศรัทธา
ในโอกาสนี้ พระอาจารย์วิศวภัทร มณีปัทมเกตุ ประธานศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย และรองประธานโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน–ไทยเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยคณะพระภิกษุและสามเณรจากอารามวัตรมหายาน เข้าร่วมพิธี โดยได้รับเมตตาจากพระครูประสิทธิสรการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร มาร่วมพิธีด้วย
ผู้ร่วมพิธีประกอบด้วย พันตำรวจเอกโกวิทย์ จิรชนานนท์ ที่ปรึกษาศูนย์แลกเปลี่ยนฯ และประธานดำเนินการ นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้า ตลอดจนสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนาและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมจีน–ไทย
พระนามพระราชทาน “พระพุทธทวิยานสมานธรรม” มีความหมายอย่างไร
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะทวารวดี อันเป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวารวันเสาร์ ว่า “พระพุทธทวิยานสมานธรรม” มีนามภาษาจีนว่า “双乘圆融法佛”
ความหมายของพระนามสื่อถึงพระพุทธธรรมของยานทั้งสอง ได้แก่ สาวกยานและมหายาน ซึ่งสอดคล้องสมานกันเป็นหนึ่งเดียว คือ พุทธยาน อันเป็นยานนำพาสรรพสัตว์ไปสู่ความพ้นทุกข์
พระนามดังกล่าวยังสะท้อนสายธารธรรมของพระพุทธศาสนาในสองประเทศและสองวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงถึงกัน แม้มีรูปแบบการสืบทอดและการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมแตกต่างกัน แต่ต่างมุ่งสู่การพัฒนาปัญญา ความกรุณา และการดับทุกข์
นอกจากนี้ ยังพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” และลายพระราชหัตถ์อักษรจีนชื่อ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย — 中泰汉传佛教文化交流中心 ประดิษฐานไว้ด้านหลังองค์พระพุทธปฏิมากร
พระพุทธรูป 3 รูปแบบ และเหรียญที่ระลึก
การจัดสร้างพระพุทธทวิยานสมานธรรมประกอบด้วยพระพุทธรูป 3 รูปแบบ ซึ่งผสานองค์ประกอบทางศิลปกรรมและคติธรรมของพระพุทธศาสนาไทย–จีน พร้อมจัดสร้างเหรียญที่ระลึก
- ประทับบนคันธหัสดินทร์เผือก 6 งา พระพุทธทวิยานสมานธรรมรูปแบบแรกประทับบน คันธหัสดินทร์เผือก 6 งา (六牙香象王) ออกแบบตามศิลปะจีน โดยใช้ช้างเผือกหกงาเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการบำเพ็ญบารมี 6 ประการของพระโพธิสัตว์ องค์ประกอบนี้ถ่ายทอดแนวทางแห่งการบำเพ็ญคุณธรรมเพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ และเชื่อมโยงพุทธศิลป์เข้ากับอุดมคติของพระโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนามหายาน
- ประทับบนเต่ามังกร รูปแบบที่สองประทับบน เต่ามังกร ตามศิลปะจีน เป็นสัญลักษณ์ของการเทิดพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล การออกแบบถอดแบบจากป้ายชื่อศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย จึงมีความเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของศูนย์ฯ และเจตนารมณ์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างสองประเทศ
- ประทับบนปัทมอาสน์ ผสานฐานไทยและลายเมฆมงคลจีน รูปแบบที่สามประทับบน ปัทมอาสน์ โดยผสานฐานแบบไทยเข้ากับลายเมฆมงคลแบบจีน สื่อถึง ธรรมเมฆภูมิ (法云地) ตามคติในอวตังสกสูตร ทศภูมิวรรค (华严经十地品) ธรรมเมฆภูมิ หมายถึง “ภูมิแห่งเมฆธรรม” เป็นภูมิที่ 10 ในลำดับทศภูมิของพระโพธิสัตว์ สื่อถึงการบำเพ็ญบารมีขั้นสูงก่อนเข้าสู่พุทธภูมิ
ภาพเปรียบของ “เมฆธรรม” คือเมฆที่แผ่ปกคลุมท้องฟ้าและโปรยฝนลงมาหล่อเลี้ยงชีวิต เปรียบกับปัญญาและมหากรุณาของพระโพธิสัตว์ที่แสดงธรรมเกื้อกูลสรรพสัตว์อย่างกว้างขวาง ลายเมฆบนฐานพระพุทธรูปจึงมีความหมายทางธรรมควบคู่กับความงามทางศิลปกรรม
เหรียญที่ระลึก
นอกเหนือจากพระพุทธรูปทั้งสามรูปแบบ ยังมีการจัดสร้าง เหรียญที่ระลึกพระพุทธทวิยานสมานธรรม เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสร้างในวาระเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้
เตรียมอัญเชิญประดิษฐาน ณ พุทธคีรีและอารามสำคัญในจีน
โครงการมีแผนอัญเชิญพระพุทธทวิยานสมานธรรมไปประดิษฐาน ณ พุทธคีรีที่สัมพันธ์กับพระมหาโพธิสัตว์ 5 พระองค์ ได้แก่
- พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ ณ ภูเขาอู่ไถ มณฑลซานซี (山西省五台山)
- พระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ ณ ภูเขาเอ๋อเหม่ย มณฑลเสฉวน (四川省峨眉山)
- พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ ณ ภูเขาผู่ทว้อ มณฑลเจ้อเจียง (浙江省普陀山)
- พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ณ ภูเขาจิ่วฮวา มณฑลอันฮุย (安徽省九华山)
- พระเมตไตรยมหาโพธิสัตว์ ณ ภูเขาเสวี่ยโต้ว เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง (浙江省宁波市雪窦山)
นอกจากนี้ ยังมีแผนอัญเชิญไปประดิษฐานยังสมาคมพระพุทธศาสนาในมณฑลต่าง ๆ และอารามสำคัญทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงประเทศที่มีวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานแบบจีน เพื่อสืบสานความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนาให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
เมื่อวันมาฆบูชาตรงกับเทศกาลหง่วงเซียว
วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติไทย และตรงกับวันที่ 15 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน อันเป็นวันเทศกาลหง่วงเซียว (元宵节) หรือเทศกาลโคมไฟ จึงเป็นวาระที่วันสำคัญของพุทธศาสนิกชนไทยและประเพณีจีนมาบรรจบกันในวันเดียวกัน
วันมาฆบูชา: ความพร้อมเพรียงของหมู่สงฆ์และหลักแห่งการดำเนินชีวิต
วันมาฆบูชาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนระลึกถึง จาตุรงคสันนิบาต หรือการประชุมพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
- พระสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
- พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์
- พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง หรือเอหิภิกขุอุปสัมปทา
- การประชุมเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 3
ในโอกาสนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ซึ่งมีหลักสำคัญที่พุทธศาสนิกชนน้อมนำมาปฏิบัติ ได้แก่ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการชำระจิตของตนให้ผ่องใส
หลักธรรมดังกล่าวสอดคล้องกับคาถาที่รู้จักในพระพุทธศาสนาจีนว่า 七佛通戒偈 ซึ่งมีข้อความว่า
诸恶莫作 — ไม่ทำบาปทั้งปวง
众善奉行 — บำเพ็ญกุศลทั้งปวง
自净其意 — ชำระจิตของตนให้ผ่องใส
是诸佛教 — นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ในแง่ของการน้อมนำมาปฏิบัติ เหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตยังชวนให้เห็นคุณค่าของความพร้อมเพรียงที่ตั้งอยู่บนธรรม และการร่วมกันธำรงพระศาสนาด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เทศกาลหง่วงเซียว: แสงโคมแห่งความพร้อมหน้า
เทศกาลหง่วงเซียวตรงกับวันเพ็ญแรกของปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นเทศกาลที่สัมพันธ์กับการประดับโคมไฟ การพบปะของครอบครัว และความหมายแห่งความพร้อมหน้าและความสมานฉันท์
ที่มาของประเพณีจุดโคมมีคำอธิบายหลายแนวทาง โดยเรื่องเล่าหนึ่งเชื่อมโยงกับรัชสมัยฮั่นหมิงตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และการจุดประทีปบูชาพระพุทธเจ้า ก่อนที่ประเพณีจะพัฒนาสืบต่อมาเป็นเทศกาลสำคัญในสังคมจีน
การประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธทวิยานสมานธรรมในวันที่วันมาฆบูชาและเทศกาลหง่วงเซียวตรงกัน จึงอาจมองได้ว่าเป็นภาพสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ของ แสงแห่งพระธรรมและแสงแห่งความพร้อมหน้า ที่เชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
สืบสานสายธารธรรมผ่านพุทธศิลป์จีน–ไทย
พระพุทธทวิยานสมานธรรมถ่ายทอดความหมายของการประสานสัมพันธ์ทั้งในระดับหลักธรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรม ผ่านพระนามพระราชทานและองค์ประกอบของพระพุทธรูปแต่ละรูปแบบ
การจัดสร้างและแผนอัญเชิญไปประดิษฐานในอารามต่าง ๆ จึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่แสดงถึงบทบาทของศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน–ไทย ในการสืบสานพระพุทธศาสนา ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม และเชื่อมสายสัมพันธ์ของพุทธศาสนิกชนไทย–จีนภายใต้ร่มพระบารมี
愿月圆人圆,福慧双增
ขอให้ทุกท่านพร้อมหน้าดุจจันทร์เพ็ญ เจริญยิ่งด้วยบุญและปัญญา
โปรดติดตามทุกช่องทาง
กิจกรรมที่ชวนติดตาม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดนครปฐม
สายข่าวในพระราชสำนัก เอ็นบีที สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยวันนี้ เวลา 9 นาฬิกา 43 นาที สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม...
โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยฯ
Donec sollicitudin molestie malesuada. Vestibulum ac diam sit amet quam vehicula
Cras ultricies ligula sed magna dictum porta. Curabitur arcu erat, accumsan id imperdiet et, porttitor at sem. Vivamus magna justo, lacinia eget consectetur sed, convallis at tellus. Donec sollicitudin molestie malesuada. Mauris blandit aliquet elit, eget tincidunt nibh pulvinar a. Pellentesque in ipsum id orci porta dapibus. Vivamus suscipit tortor eget felis porttitor volutpat. Vestibulum ac diam sit ame
Related Articles
ไม่พบผลลัพธ์
ไม่พบหน้าที่คุณค้นหา ลองปรับการค้นหาหรือใช้แผงควบคุมด้านบนเพื่อค้นหาโพสต์



